สำนักงานทนายความ

[สำนักงานทนายความ] ชุมสาย แอนด์ แอสซอซิเอท ได้รับการรับรองจากสภาทนายความแห่งประเทศไทย ให้ขึ้นทะเบียน เป็นสำนักงานทนายความ ให้บริการทางด้านกฎหมาย อาทิการทำนิติกรรมสัญญา การจดทะเบียนทางธุรกิจ รับปรึกษากฎหมายธุรกิจทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ สำนักงานทนายความ ตั้งอยู่ เลขที่ 63/51 ถนนเสนานิคม1 (ม.เสนานิเวศน์โครงการ1) แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพ 10230 โทร. 062-6169789 ให้คำปรึกษาทางกฎหมายและว่าความทั้งทางแพ่งและอาญาให้กับลูกความทั่วราชอาณาจักร รับฟ้อง คดีแพ่ง คดีอาญา คดีครอบครัว ฟ้องหย่า คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัว คดีที่ดิน คดีแรงงาน คดีภาษีอากร คดีล้มละลาย คดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ให้คำปรึกษาตรวจร่างสัญญาต่างๆ รับว่าความทั่วราชอาณาจักร

 

CHUMSAI & ASSOCIATES LAW OFFICE 

สำนักกฎหมาย ชุมสาย แอนด์ แอสซอซิเอท

 

รับปรึกษาอรรถคดี และว่าความทั่วราชอาณาจักร

ที่ปรึกษากฎหมาย สำหรับชาวไทยและชาวต่างชาติ 

Tel.062-6169789 tanailex@hotmail.com

 

สำนักงานทนายความ Chumsai And Associates Law Office ปรึกษาทนาย คดีแพ่ง คดีอาญา รับว่าความทั่วราชอาณาจักร และให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมาย เช่น คดีมรดก ขับไล่ ละเมิด ผิดสัญญา เรียกค่าเสียหาย กู้ยืมเงิน เช็ค ฆ่าคนตาย ลักทรัพย์ ข่มขืนฯลฯ

บริการทางกฎหมายธุรกิจและธุรกรรม อาทิหุ้นส่วนและบริษัท งานเกี่ยวกับด้านนิติกรรมสัญญาทุกประเภท สัญญาภาครัฐ และสัมปทานต่างๆ รวมถึงการจดทะเบียนนิติกรรมต่างๆ

บริการของเรา (Area of practice)

- ธุรกิจคนต่างด้าว  (Alien Business)                      - คดีฟ้องร้อง  (Litigation)

- การเจรจาต่อรองสัญญา  (Contract Negotiation)   - อสังหาริมทรัพย์ (Real Estate)

- การกำกับดูแลกิจการ (Corporate -Taxation)         - วีซ่า / ใบอนุญาตทำงาน  (Visa /Work Permit)

- ความช่วยเหลือทางกฎหมาย (Legal Aid)              - ประกันภัย (Insurance)

 

   


 
  


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

Tel: 02-040-1421, 02-040-1431, 062-616-9789

Fax: 02-553-1421


 

www.สำนักงานทนาย.net

Chumsai & Associates Law Office
 
63/51 ถนนเสนานิคม1 (ม.เสนานิเวศน์โครงการ1) แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร 10230
 
เปิดทำการ 09.00-17.00 (หยุดวันอาทิตย์)
 

สภาทนายความมีวัตถุประสงค์ในการดำเนินการตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528 ประกอบด้วย

-ส่งเสริมการศึกษาและการประกอบวิชาชีพทนายความ

-ควบคุมมรรยาททนายความ

-ส่งเสริมความสามัคคี และผดุงเกียรติของสมาชิกสภาทนายความ

-ส่งเสริม และจัดสวัสดิการให้แก่สมาชิกสภาทนายความ

-ส่งเสริม ช่วยเหลือ แนะนำ เผยแพร่ และให้การศึกษาแก่ประชาชนในเรื่องเกี่ยวกับกฎหมาย

สภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์

249 ถนนพหลโยธิน แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร 10220

โทรศัพท์ 02-522-7124 ถึง 27

โทรศัพท์ 02-522-7143 ถึง 47

 

ทางสภาทนายความมีสำนักช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย ซึ่งให้ความช่วยเหลือทางด้านกฎหมายแก่ประชาชนโดยทั่วไป

ทั้งให้คำปรึกษา และทางคดี ประชาชนทั่วไปสามารถใช้บริการได้ฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ให้บริการทุกวันทำการ วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 08.30 16.30 น.

ณ ที่ทำการสภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เลขที่ 249 ถนนพหลโยธิน แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพ

สามารถโทรติดต่อสอบถามได้ที่ เบอร์ 02-522-7124-27 หรือสายด่วน 1167

 

ฟ้องคดีอาญา คือคดีที่ฟ้องร้องเพื่อให้อีกฝ่ายติดคุก หรือรับโทษปรับ ประหารชีวิต เช่นคดีทำร้ายร่างกาย คดีลักทรัพย์ คดีชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ฆ่าคนตาย หรือทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บหรือเสียชีวิต คดีรับของโจร เป็นต้น

คดีอาญา เป็นคดีที่เมื่อเกิดขึ้นจะกระทบกระเทือนถึงสาธารณชนในบ้านเมือง เช่น มีการฆ่าคนตายเกิดขึ้น มีการใส่ร้ายป้ายสี หมิ่นประมาทขึ้น มีการชิงทรัพย์ หรือปล้นทรัพย์ เป็นต้น

การฟ้องร้องคดีอาญา เมื่อมีการกระทำความผิดทางอาญาเกิดขึ้นจะมี 2 กรณี คือ

1.แจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

2.จ้างทนายความฟ้องร้องเอง

กรณีแรก:  เมื่อมีการทำความผิดเกิดขึ้น จะมีการแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสอบปากคำและจัดทำสำนวนเสร็จแล้ว จะมีความเห็นว่าควรส่งฟ้องหรือไม่ และมีการเสนอสำนวนไปยัง พนักงานอัยการเมื่อพนักงานอัยการตรวจดูสำนวนแล้ว ถ้ามีความเห็นควรส่งฟ้อง ก็จะดำเนินการฟ้องคดีอาญา เพื่อให้จำเลยได้รับโทษต่อไป

กรณีที่สอง:  เมื่อมีการกระทำความผิดเกิดขึ้น ผู้เสียหายจะจ้างทนายความเพื่อฟ้องร้องคดีเอง โดยจะมีการแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือไม่ก็ได้ หรือกรณีที่ผู้เสียหายเห็นว่า คดีจะไม่ได้รับความเป็นธรรมในชั้นตำรวจ เนื่องจากผู้กระทำความผิดมีการวิ่งเต้น หรือมีอิทธิพล หรืออาจเป็นคดีเล็กน้อย เช่น คดีตัวเงิน (เช็ค) ซึ่งถ้าแจ้งความแล้วจะล่าช้ากว่าการจ้างทนายความฟ้องร้องคดีเอง

ฟ้องคดีแพ่ง คดีแพ่ง คือคดีที่ฟ้องเพื่อเรียกเงินระหว่างกัน เช่น คดีกู้ยืมเงิน คดีผิดสัญญา คดีเช่าทรัพย์ คดีตั๋วเงิน  คดีจำนอง คดีซื้อขาย คดีมรดก เป็นต้น

คดีแพ่ง เป็นคดีที่เกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของบุคคล 2 ฝ่าย ที่มีการทำผิดสัญญาหรือโต้แย้งสิทธิกัน เป็นเรื่องที่ผู้ได้รับการโต้แย้งสิทธิ จะฟ้องร้องอีกฝ่ายที่ทำการโต้แย้งสิทธิ หรือทำผิดสัญญา

การฟ้องร้องคดีแพ่ง ต้องมีการจ้างทนายความเพื่อฟ้องร้อง ต้องมีการเสียค่าขึ้นศาล ค่าส่งหมายให้ฝ่ายตรงข้าม เพื่อให้ทราบถึงการฟ้องร้องนั้น ค่าคำร้อง และอื่น ๆ ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ซึ่งค่าธรรมเนียมต่าง ๆ จะมีการรวบรวมไว้ และเมื่อชนะคดีแล้ว ศาลจะพิพากษาให้จำเลยใช้เงินค่าธรรมเนียมต่าง ๆ นั้น แทนโจทก์ และเมื่อชนะคดีโจทก์ก็ต้องนำยึดทรัพย์สินของจำเลย (ถ้ามี) เพื่อนำออกขายทอดตลาด  และนำเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดมาชำระหนี้คืนให้แก่โจทก์

 

คดีฟ้องหย่า


คดีฟ้องร้องแพทย์

   

คดีฟ้องผู้สอบบัญชี

   

คดีฟ้องโรงพยาบาล

   

คดีฟ้องหมิ่นประมาท

   

คดีฟ้องขับไล่

   

ฟ้องคดีเงินกู้

   

ฟ้องล้มละลาย

   

ฟ้องขับไล่

   

ฟ้องคดีแรงงาน

   

ฟ้อง สคบ

   

คดีผู้จัดการมรดก

 

 

ธุรกิจที่ใช้ความสามารถของผู้ประกอบการเป็นหลัก มีมากมายในแหล่งธุรกิจเช่น สำนักงานกฎหมายและบัญชี สำนักงานบริการด้านวิศวกรรมและเทคนิค สำนักงานบริการติดตั้ง บำรุงรักษาและซ่อมแซมเครื่องจักรกล เครื่องมือต่างๆ เป็นต้น

พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 เป็นกฎหมายที่เล็งเห็นความสำคัญของธุรกิจบริการที่นับวันจะมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจและสังคมของชาติ จึงบรรจุธุรกิจบริการไว้ในบัญชีท้ายกฎหมายที่คนต่างด้าวต้องขออนุญาตประกอบการ เมื่อได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวแล้ว จึงจะสามารถประกอบการได้ โดยธุรกิจบริการมีอยู่ในหลายบัญชีท้ายกฎหมาย

ซึ่งมีทั้งหมด 3 บัญชี ประกอบด้วย บัญชีหนึ่ง บัญชีสอง และบัญชีสาม

ธุรกิจบริการในบัญชีสอง หมวดหนึ่ง (2) ได้แก่ การขนส่งทางบก ทางน้ำ หรือทางอากาศในประเทศ รวมถึงกิจการการบินในประเทศ

ขณะที่บัญชีสาม ครอบคลุมธุรกิจบริการ ประกอบด้วย (6) การทำกิจการบริการทางบัญชี (7) การทำกิจการบริการทางกฎหมาย (8) การทำกิจการบริการทางสถาปัตยกรรม (9) การทำการบริการทางวิศวกรรม (10) การก่อสร้าง ยกเว้น ….. (11) การทำกิจการนายหน้าหรือตัวแทน ยกเว้น ….. (12) การขายทอดตลาด ยกเว้น ….. (16) การทำกิจการโฆษณา (17) การทำกิจการโรงแรม เว้นแต่บริการจัดการโรงแรม (18) การนำเที่ยว (19) การขายอาหารหรือเครื่องดื่ม และ (21) การทำธุรกิจบริการอื่น ยกเว้นธุรกิจบริการที่กำหนดในกฎกระทรวง
       
       ด้วยบัญชีสาม (21) จะครอบคลุมธุรกิจบริการที่เหลือทั้งหมด ยกเว้นธุรกิจบริการที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งถึงปัจจุบันยังไม่มีกฎกระทรวงกำหนดธุรกิจบริการที่ไม่ต้องขออนุญาต ดังนั้นธุรกิจบริการของคนต่างด้าวจึงถูกควบคุมทั้งหมด
       
       คนต่างด้าวคือใคร กฎหมายธุรกิจของคนต่างด้าวเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับในการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวในประเทศไทย แล้วอย่างไรคือคนต่างด้าว มาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 บัญญัติคนต่างด้าวแยกเป็น 2 ประเภท คือ บุคคลธรรมดา และนิติบุคคล โดยเป็นบุคคลธรรมดาที่ไม่มีสัญชาติไทย และเป็นนิติบุคคลที่ไม่ได้จดทะเบียนในประเทศไทย รวมถึงนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทยด้วย
       
       สำหรับนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย ครอบคลุมทั้งนิติบุคคลซึ่งมีหุ้นอันเป็นทุนหรือลงทุนโดยบุคคลธรรมดาที่ไม่มีสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่ไม่ได้จดทะเบียนในประเทศไทยตั้งแต่ครึ่งหนึ่งของทุนทั้งหมดในนิติบุคคลนั้น และห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนซึ่งหุ้นส่วนผู้จัดการหรือผู้จัดการเป็นบุคคลธรรมดาที่ไม่มีสัญชาติไทย
       
       คนต่างด้าวยังรวมถึงนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทยซึ่งมีหุ้นอันเป็นทุนหรือลงทุนมีมูลค่าตั้งแต่ครึ่งหนึ่งของทุนทั้งหมดในนิติบุคคลนั้นถือโดยบุคคลธรรมดาที่ไม่มีสัญชาติไทย นิติบุคคลที่ไม่ได้จดทะเบียนในประเทศ หรือนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทยดังกล่าวข้างต้นด้วย
       
       การประกอบธุรกิจตามบัญชีสามของคนต่างด้าวต้องขออนุญาตใคร คนต่างด้าวตามคุณสมบัติข้างต้นที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจในประเทศไทย จึงต้องปฏิบัติตามกฎหมายธุรกิจของคนต่างด้าว ซึ่งบัญญัติประเภทธุรกิจตามบัญชีท้ายกฎหมายแยกเป็นบัญชีหนึ่ง บัญชีสอง และบัญชีสาม ซึ่งมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 บัญญัติห้ามคนต่างด้าวประกอบธุรกิจตามบัญชีหนึ่ง ขณะที่ธุรกิจตามบัญชีสองและบัญชีสามก็ห้ามคนต่างด้าวประกอบการ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์โดยการอนุมัติของคณะรัฐมนตรีสำหรับบัญชีสอง และเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวสำหรับบัญชีสาม
       
       กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้พยายามที่จะออกกฎกระทรวงกำหนดธุรกิจบริการที่ไม่ต้องขอใบอนุญาต หรือหนังสือรับรองในการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีกฎกระทรวงนี้ออกมาบังคับใช้ โดยร่างกฎกระทรวงล่าสุดอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 46 และบัญชีสาม (21) ครอบคลุม 20 ประเภทของธุรกิจบริการที่ยกเว้นไม่อยู่ในบัญชีสาม (21) ท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ประกอบด้วย    
       (1) การธนาคารพาณิชย์
       (2) การทำกิจการให้กู้ยืมเงิน
       (3) การประกันชีวิตและการประกันวินาศภัย
       (4) การทำกิจการโรงรับจำนำ
       (5) การทำกิจการคลังสินค้า
       (6) การทำกิจการโรงเรียน
       (7) การทำกิจการโรงมหรสพ
       (8) การค้าหลักทรัพย์
       (9) การจัดจำหน่ายหลักทรัพย์
       (10) การเป็นที่ปรึกษาการลงทุน
       (11) การจัดการกองทุนรวม
       (12) การจัดการกองทุนส่วนบุคคล
       (13) การเป็นผู้จัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
       (14) การยืมและให้ยืมหลักทรัพย์
       (15) การให้สินเชื่อเพื่อธุรกิจหลักทรัพย์
       (16) การเป็นที่ปรึกษาทางการเงินในการออกและเสนอขายหลักทรัพย์ และการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์
       (17) การเป็นตัวแทนทำหน้าที่สนับสนุนการจำหน่ายหลักทรัพย์และการเป็นตัวแทนสนับสนุนการขาย

               และรับซื้อคืนหน่วยลงทุนของกองทุนเปิด
       (18) การเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์
       (19) การเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวม
       (20) การเป็นผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้
       
ธุรกิจบริการข้างต้นไม่ควรจะอยู่ในบัญชีสาม (21) ที่ต้องขออนุญาต เนื่องจากมีกฎหมายเฉพาะที่กำกับและควบคุมการประกอบธุรกิจนั้น ๆ อย่างเข้มแข็งรัดกุมอยู่แล้ว การขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวจึงอาจไม่จำเป็น แต่ด้วยบทบัญญัติของบัญชีสาม (21) ท้ายกฎหมายธุรกิจของคนต่างด้าว ทำให้ธุรกิจบริการของคนต่างด้าวทั้งหมดถูกควบคุม แต่เมื่อร่างกฎกระทรวงฉบับนี้ยังไม่มีผลบังคับใช้ ปัจจุบันธุรกิจบริการทั้ง 20 ประเภทข้างต้นจึงยังต้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
       
อย่างไรก็ตาม กรณีคนต่างด้าวที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจบริการในประเทศไทย หากได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนแล้ว ไม่ต้องยื่นขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (Foreign Business License) แต่ยื่นขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (Foreign Business Certificate) ซึ่งอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะออกหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวให้กิจการบีโอไอทุกกรณี แตกต่างกับกรณีการขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวสำหรับกิจการที่ไม่ได้เป็นกิจการบีโอไอ (ผู้ได้รับการส่งเสริม หมายถึง ผู้ได้รับบัตรส่งเสริม) ซึ่งคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวอาจอนุญาต หรือไม่อนุญาตก็ได้
       
ธุรกิจบริการทุกประเภทจึงยังคงอยู่ในความคุ้มครองภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542       ถึงปัจจุบัน

การประกอบธุรกิของคนต่างด้าว

รายงานประจำปี การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวภายใต้ พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542
ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดตั้งธุรกิจและการประกอบธุรกิจในฐานะคนต่างชาติของอาเซียน
หนังสือข้อมูลการจัดตั้งธุรกิจและการประกอบธุรกิจในฐานะคนต่างชาติของอาเซียน
สถิติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
กฎหมายและกฎระเบียบ
การขอประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
การปฏิบัติภายหลังได้รับใบอนุญาต/หนังสือรับรอง
การขอเปลี่ยนแปลงรายการต่างๆ
ข้อมูล/ข่าวสารทั่วไป
คำถามที่พบบ่อย

 

 

 

การเจรจาต่อรอง เกิดขึ้นได้ตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นในแวดวงธุรกิจ การร่วมทุนทางธุรกิจ (Joint Ventures) หรือสัญญาว่าจ้าง (Contracts) สัญญาที่รัดกุม เป็นเกราะป้องกันความพลาดพลั้ง ขจัดข้อผิดพลาด ลดความเสี่ยงเลี่ยงความเสียหายแก่องค์กรการร่างสัญญาการค้าและการเจรจาสัญญาธุรกิจเป็นภาระหน้าที่สำคัญอันยิ่งยวดของผู้บริหารทุกคน เพื่อให้บรรลุความสำเร็จภายใต้สภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน และความไม่แน่นอน

จัดทำร่างสัญญาและการเจรจาต่อรอง

  • รูปแบบพิเศษของสัญญา Special form of contract:

  - สัญญาเช่าดำเนินงาน Operating lease

  - สัญญาเช่าการเงิน Financing lease

  - สัญญาประเภท BTO

  - Build Transfer Operate

  - สัญญาประเภท BOT

  - Build Operate Transfer

สัญญาธุรกิจที่สำคัญๆล้วนนำมาซึ่งข้อผูกมัดที่เข้มงวด ผู้บริหารอย่างท่านจำเป็นต้องมีที่ปรึกษาที่มีความชำนาญและประสบการณ์เพื่อช่วยลดความเสี่ยงให้เหลือน้อยที่สุด โดยยังคงตอบโจทย์ความเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจและสอดคล้องกับข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ซึ่งเข้าใจถึงโครงสร้างและเงื่อนไขของสัญญา การร่างสัญญาที่ตรงกับความต้องการทางธุรกิจการเจรจาต่อรองเพื่อการทำสัญญาที่เป็นธรรมรูปแบบข้อสัญญาที่ดีและข้อสัญญาที่บกพร่องทั้งประเด็นร้อนและข้อผิดพลาดที่มักมีอยู่ในสัญญาการค้า ตลอดจนการดำเนินการให้บรรลุตามข้อตกลงการละเมิดสัญญาและการตีความตามสัญญาที่อาจเกิดขึ้นได้

 

บริการงานด้านกฎหมายเกี่ยวกับธุรกิจที่ดินอสังหาริมทรัพย์ และทรัพย์สิน รวมถึงคดีความต่างๆ ให้คำปรึกษาการทำนิติกรรม การเช่าซื้อที่ดิน บริษัท ห้างร้าน อาคารชุด นิติบุคคล พินัยกรรม มรดก สัญญาข้อตกลงเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ และทรัพย์สิน เนื่องจากการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย นักธุรกิจมักจะประสบปัญหาทางด้านกฎหมาย และกฎเกณฑ์ต่าง จำนวนมาก ก่อให้เกิดความสับสน เสียทั้งเวลา และสิ้นเปลืองทั้งค่าใช้จ่าย และยังก่อให้เกิดการสูญเสียโอกาสทางธุรกิจอีกด้วย ความสำเร็จของธุรกิจจำเป็นต้องมีที่ปรึกษา และการบริการทางกฎหมายที่ไว้วางใจได้เป็นองค์ประกอบสำคัญ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถใช้เวลากับธุรกิจของตนเองอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องพะวงกับปัญหาทางด้านกฎหมายดังกล่าว

ให้บริการด้านการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการลงทุน การทำนิติกรรมสัญญา การพาณิชยกรรม และการจดทะเบียนต่าง ๆ เช่น การจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัท การจัดตั้งองค์กรทางธุรกิจรูปแบบต่าง ๆ รวมทั้งการจดทะเบียนสิทธิ และทรัพย์สินทางปัญญา เช่นเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร เป็นต้น การให้คำปรึกษาทางด้านภาษีอากร กฎหมายสิทธิบัตร และทรัพย์สินทางปัญญา การค้า และการลงทุนระหว่างประเทศ กฎหมายแรงงาน การจดทะเบียนเกี่ยวกับทรัพย์สิน และอสังหาริมทรัพย์ กฎหมายว่าด้วยการฟื้นฟูกิจการ รวมทั้งการดำเนินการว่าต่างแก้ต่างคดีความทั้งทางแพ่ง และทางอาญา ทั่วราชอาณาจักร โดยทนายความที่มีประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญเฉพาะสาขา

กฎหมายหุ้นส่วนบริษัท

    การจดทะเบียนบริษัท

    การวางโครงสร้างการลงทุน

    การจัดโครงสร้างการบริหารงานบริษัทให้เป็นไปตามกฎหมาย

    สัญญาผู้ถือหุ้น

    การจัดระเบียบบริหารงานบริษัท

    งานเลขานุการบริษัท (Corporate Secertarial Services)

    การจดทะเบียนธุรกิจต่างด้าว

    การจดทะเบียนบริษัทตามสนธิสัญญาไทย-อเมริกัน

    สิทธิพิเศษจากการส่งเสริมการลงทุน

    การให้คำปรึกษาโดยทั่วไป เกี่ยวกับการดำเนินกิจการในรูปบริษัท

ภาษีอากร

    ภาษีเงินได้นิติบุคคล และการจะทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

    ภาษีอากรของคนต่างด้าว และนิติบุคคลต่างด้าว (สนธิสัญญาภาษีซ้อน)

    การวางแผนและการปฎิบัติตามกฎหมาย

    การจัดเตรียมแบบแสดงรายการเสียภาษี

    ตัวแทนติดต่อกรมสรรพากร

    การให้คำปรึกษาภาษีอากรทั่วไป

ทรัพย์สินทางปัญญา

    การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า

    การตรวจสอบเครื่องหมายการค้า

    การเรียกร้องการละเมิดสิทธิทรัพย์สินทางปัญญา

    การอนุญาตให้ใช้สิทธิเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา

    ลิขสิทธิ์

    สิทธิบัตร

    การดูแลและคุ้มครองความลับทางการค้า

    ข้อตกลงที่เป็นความลับ และประเด็นที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายแรงงาน

    กาใรให้คำปรึกษาด้านกฎหมายแรงงาน

    ข้อพิพาทแรงงาน

    ระเบียบข้อบังคับการทำงาน

    การดำเนินคดีในศาลแรงงาน

    สัญญาจ้างแรงงาน

    การให้คำปรึกษาการจ้างงาน / การให้ออก

    การประกันสังคม

    ปัญหาเกี่ยวกับค่าจ้าง

    การให้คำปรึกษาด้านแรงงานทั่วไป

การเข้าเมือง / แรงงานต่างด้าว

    การขอใบอนุญาตทำงานแก่ชาวต่างชาติ

    การดำเนินการขอวีซ่าสำหรับการอยู่ในประเทศชั่วคราว

    การขออนุญาตมีถิ่นที่อยู่ ("ใบสำคัญถิ่นที่อยู่")

    การให้คำปรึกษาการเข้าเมืองทั่วไป

ทรัพย์สิน

    การซื้อ /ขายทรัพย์สิน

    สัญญาซื้อ /ขาย

    ธุรกรรมการซื้อขายทรัพย์สิน

    การจดทะบียน การโอน การจำนอง การเช่า และการยึดทรัพย์สิน

    การซื้อคอนโดมิเนียม โดยชาวต่างประเทศ

    การค้นโฉนดที่ดิน

    การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์


อาชีพทนายความ ผู้ที่จะเป็นทนายความได้นั้น จะต้องมีใบอนุญาตว่าความที่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งออกให้โดยสภาทนายความ เช่นเดียวกับ แพทย์, วิศวกร, หรือสถาปนิก ที่ต้องมีใบอนุญาตเช่นเดียวกัน เพื่อเป็นหลักฐานที่สามารถรับรองความประพฤติการทำงานและหน้าที่ต้องทำอย่างถูกต้อง  ดังนั้นทนายความทุกคนจะต้องผ่านการอบรม การสอบเพื่อที่จะได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ

เรามักจะเข้าใจว่าจะต้องใช้บริการทนายความ ก็ต่อเมื่อมีคดีที่ต้องฟ้องร้อง ขึ้นโรงขึ้นศาลเท่านั้น ซึ่งที่จริงแล้วเป็นความคิดที่ผิดเพราะการใช้บริการทนายความสามารถใช้บริการได้หลายอย่าง แม้จะไม่ต้องขึ้นศาลก็สามารถใช้บริการทนายความได้ เช่น บริการด้านกฎหมายในกรณีอื่นๆ ซึ่งเป็นขั้นตอนก่อนจะนำคดีไปฟ้องศาล ( เป็นการป้องกัน ) เช่น การให้ทนายความหรือ นักกฎหมายไปเป็นที่ปรึกษาไป ในขั้นตอนการทำนิติกรรม-สัญญาต่าง เช่น การซื้อขาย-ทำสัญญาที่มีความสำคัญ มีมูลค่าสูง เช่น การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ บ้าน-ที่ดิน หรือแม้กระทั่ง รถยนต์ เพราะปัจจุบันมีการหลอกลวง ฉ้อโกงในรูปแบบต่างๆ เกิดขึ้นมาก การซื้อขาย-ทำสัญญาในกรณีดังกล่าวจึงมีความสำคัญมาก หรือในกรณีอื่นๆ ซึ่งต้องการผู้มีความรู้ ความสามารถ ความรอบคอบ ในความรู้เฉพาะด้าน มาเป็นที่ปรึกษา ดังจะเห็นได้ว่า การประกอบธุรกิจทั่วไป ไม่ว่าจะขนาดเล็ก หรือ ขนาดใหญ่ เช่น ห้างร้าน บริษัทต่างๆ ส่วนงานราชการโดยทั่วไป จะต้องมีส่วนงานกฎหมาย หรือทนายความที่ปรึกษาประจำบริษัทโดยตลอด โดยบุคคลเหล่านี้จะคอยให้ให้คำปรึกษาแนะนำ ในปัญหาที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย กรณีพิพาทอื่นๆ ทางแพ่งและทางอาญา การเจรจา ในขั้นตอนต่างๆก่อนที่จะนำคดีไปฟ้องต่อศาล หรือ ต่อสู้คดีแทนจำเลยผู้ถูกฟ้องคดีในศาล, ตลอดการดำเนินการธุรกรรมด้านอื่นๆ ตามวัตถุประสงค์ของผู้ใช้บริการ

ทนายความอาสา ทำหน้าที่ทนายความให้แก่ลูกความ โดยไม่คิดค่าตอบแทนจากลูกความ ส่วนจะมีรายได้ทางอื่นหรือไม่ ก็แล้วแต่กรณีนะครับ แต่โดยพื้นฐาน คือ ทนายความที่มีจิตอาสา ให้การช่วยเหลือทางกฎหมายให้แก่ลูกความโดยไม่มีค่าตอบแทน งานที่ทนายอาสาทำให้ได้ ก็เป็นงานทนายความ ซึ่งมีทั้งงานว่าความในศาล และงานให้คำปรึกษากฎหมาย

ทนายขอแรง ถือเป็นทนายอาสาอย่างหนึ่งครับ เป็นทนายความที่ขึ้นทะเบียนชื่อไว้ตามศาลต่างๆ ทำหน้าที่เป็นทนายความให้กับคู่ความในคดี กรณีที่คู่ความนั้นๆ ร้องขอจากศาลว่าต้องการทนายความ เช่น จำเลยคดีอาญาที่ต้องการทนายความเพื่อว่าต่างแก้ต่างคดี โดยปกติ ทนายขอแรงก็จะไม่เรียกเก็บค่าทนายจากลูกความครับ แต่จะได้ค่าตอบแทนในการทำคดีจากศาล ภายหลังจากคดีนั้นสิ้นสุดแล้วครับ ส่วนการที่ลูกความเกิดความพึงพอใจในการทำงานและช่วยเหลือทนายขอแรงโดยให้ค่าทำงาน ค่าเดินทาง ก็สามารถทำได้

ทนายอาสาในองค์กรต่างๆ เช่น สภาทนายความฯ สมาคมทนายความฯ สมาคมนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สภาสตรีแห่งชาติ หรือ ทนายอาสาในองค์กรไม่แสวงหากำไรอื่นๆ (NGO) ซึ่งอาจมีทั้งที่อยู่ในรูปแบบ สมาคม มูลนิธิ หรือองค์กรที่ไม้ได้จดทะเบียน รวมถึงภาคเอกชนอื่นๆ ที่เสนอตัวช่วยเหลือสังคมโดยไม่คิดค่าตอบแทน

ทนายความจำพวกนี้ เป็นจิตอาสาที่อาจสังกัดอยู่ในองค์กรต่างๆ ทำหน้าที่เป็นทนายอาสากรณีมีคนเดือดร้อน ร้องขอความช่วยเหลือในรูปแบบต่างๆ ซึ่งเขาอาจมีรายได้จากเงินช่วยเหลือจากองค์กรนั้นๆได้บ้างครับ แต่ทนายอาสาก็จะไม่เรียกเก็บค่าวิชาชีพทนายจากลูกความเป็นสำคัญครับ ส่วนขั้นตอนการให้การช่วยเหลือ เป็นเรื่องที่บุคคลผู้ที่มีเรื่องเดือดร้อน ต้องเข้าไปชี้แจงเรื่องราวให้ผู้รับเรื่องเขาพิจารณา ว่าจะให้ความช่วยเหลือได้หรือไม่ หรือเพียงใด


Visitors: 671